
31 พฤษภาคม 2568
วันที่ 31 พฤษภาคมเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก (WNTD) ในปี 2568 องค์การอนามัยโลกและผู้นำด้านสาธารณสุขจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันที่ WNTD เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกลวิธีอันเป็นอันตรายของอุตสาหกรรมยาสูบ
เนื่องในวันงดสูบุบหรี่โลกปี 2568 องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคตินเสพติด จน ตาย” เพื่อมุ่งให้ประชาชนตระหนักถึงกลยุทธ์ที่อุตสาหกรรมยาสูบใช้ทำตลาดดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ยังไม่มีเคยสูบบุหรี่มาก่อน จากปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด สสส. ร่วมกับ ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ศึกษาสถานการณ์ค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของกลุ่มผู้สูบบุหรี่ต่างๆ ในไทย โดยวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง 4 จังหวัดภาคใต้ 1,029 คน ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา พบว่า กลุ่มผู้หญิง และLGBTQIA+ ส่วนใหญ่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงสูบบุหรี่มวน
ปัจจุบันมีผู้สูบบุหรี่เป็นจำนวนไม่น้อย รวมถึงยังเกิดนักสูบหน้าใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ สาเหตุอาจจะเกิดการอยากรู้อยากลอง โดนเพื่อนชักชวน เป็นต้น ในขณะที่โทษของบุหรี่อาจจะมีการรับรู้ที่ไม่กว้างขวางในกลุ่มผู้สูบที่ก่อให้เกิดลดหรือเลิกบุหรี่ได้
ในควันบุหรี่ เต็มไปด้วยสารอันตรายต่าง ๆ ได้แก่ นิโคติน ซึ่งจัดเป็นสารเสพติด และยังมีสารเคมีอีกมากถึง 7,000 ชนิด สารพิษอีกมากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็งอีกมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งถ้าหากได้ข้อสรุปอย่างง่าย คือ การสูบบุหรี่ 1 มวน จะทำให้อายุสั้นลงถึง 7 นาที
เมื่อสูบบุหรี่เข้าไปในร่างกายแล้ว บุหรี่ก็เข้าไปทำลายร่างกายแทบจะทุกส่วน เริ่มตั้งแต่หลอดเลือดสมอง แอด ทางเดินอาหาร หัวใจ กระดูกและกล้ามเนื้อ จนทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดนิปัสสาวะ รวมถึงเกืดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความเสี่ยงแท้งของหญิงตั้งครรภ์ และมีโอกาสตาบอดถาวร
โทษของบุหรี่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ อาจจะทำให้เกิดการเผยแพร่ต่อเพื่อให้เกิดแรงจูงใจให้มีการเลิกบุหรี่ได้ ซึ่งการเลิกบุหรี่ให้สำเร็จสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแค่ยึดหลักการ ตั้งใจ มีเป้าหมาย ไม่รอช้า ไม่หวั่นไหว ไม่ยอมแพ้
ผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มีความต้องการเลิกบุหรี่มากกว่าร้อยละ 80 ซึ่งมีเหตุผลที่ต้องการเลิกแตกต่างกันไป จากสถิติพบว่า ร้อยละ 80 ของผู้ที่สามารถเลิกได้ด้วยตนเองจะใช้วิธีการหยุดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด การเลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเองนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้
1.สร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง
แรงจูงใจเป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ซึ่งอาจเกิดจากบุคคลที่เรารัก หรือเกิดจากสุขภาพของตัวผู้สูบเอง ราคาบุหรี่ที่แพงขึ้น กระแสสังคม หรือสภาพแวดล้อมที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
2.ขอคำปรึกษา
เพื่อให้มีแนวทางในการเลิกบุหรี่อย่างถูกต้อง สามารถขอคำปรึกษษจากคนใกล้ตัวที่มีประสบการณ์ในการเลิกบุหรี่ หรือจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการเลิกบุหรี่ เช่น QuitLine 1600 สถาบันธัญารักษ์ เเละคลินิกเลิกบุหรี่ตามสถานพยาบาลทั่วไป
3.ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง
ควรวางแผนในการเลิกสูบบุหรี่ของตัวเอง โดยต้องกำหนดวันที่จะลงมือเลิกบุหรี่ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการผลัดวันประกันพรุ่ง
4.อย่ารอช้า ลงมือทันที
ควรเตรียมตัวเองให้พร้อม เริ่มต้นด้วยการทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ทั้งหมด และหาสิ่งที่สามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ไว้ใกล้ตัว เช่น ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่ง ผลไม้รสเปรี้ยว
5.ห่างไกลสิ่งกระตุ้น
ระหว่างที่อยู่ในช่วงของการเลิกบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการไปในสถานที่ที่เป็นเขตสูบบุหรี่เเละสภาพแวดล้อมที่มีคนสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้อยากสูบบุหรี่ขึ้นอีก
6.ไม่หมกมุ่น ไม่ทำให้ตัวเองเครียด
ความเครียดเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่ตั้งใจเลิกบุหรี่หวนกลับไปสูบบุหรี่อีก เนื่องจากความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าบุหรี่ช่วยทำให้คลายเครียดได้ เมื่อรู้สึกเครียด ควรหยุดพักสมองสักครู่ เเล้วคลายความเครียดด้วยวิธีอื่น เช่น พูดคุยกับคนรอบข้าง หรืออ่านหนังสือที่ชอบ
7.ไม่หวั่นไหว ทำจิตใจให้มั่นคง
เมื่อรู้สึกว่าอยากสูบบุหรี่ ขอให้ทบทวนถึงแรงจูงใจ หรือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเลิกบุหรี่ ซึ่งจะทำให้มีกำลังใจและเกิดความมุ่งมั่นในการเลิกบุหรี่ต่อไป
8.หมั่นออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเลิกสูบบุหรี่เเล้ว ยังช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง คลายความตึงเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจเเละปอดได้อีกด้วย
9.ไม่ท้าทายบุหรี่ด้วยการกลับไปสูบอีกเป็นครั้งคราว
หลายคนหวนกลับไปสูบบุหรี่อีกเป็นครั้งคราวด้วยความคิดที่ว่าคงไม่เป็นไร ซึ่งการหวนกลับไปสูบบุหรี่อีก เเม้ว่าจะนาน ๆ ครั้ง ก็ทำให้ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ในที่สุด
10.อย่าท้อกับการต้องเริ่มต้นใหม่
ควรให้กำลังใจตัวเองและพยายามท่องไว้เสมอว่า “ฉันจะเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ในปีนี้’